05:10
ประวัติ 1
3.หนองหาน : ตำนานรัก“ผาแดง-นางไอ่”
หนองหาน เป็นทะเลสาบน้ำจืดอันกว้างใหญ่ในภาคอีสาน มีอยู่ 2 แห่งด้วยกัน คือหนองหานหรือ “หนองหาร” จ.สกลนคร และ หนองหาน จ.อุดรธานี
หนองหาน ที่สกลฯน่ายลด้วยภาพวิถีชีวิตของชาวบ้านในชุมชนรอบหนองหานที่ออกทำมาหากินในยามเช้าเย็น
ขณะที่หนองหาน ที่อุดรฯ โดยเฉพาะในเขต อ.กุมภวาปีนั้น ในรอบ 3-4 ปีนี้ จัดว่ามาแรงมาก เพราะที่นี่ในช่วงหน้าหนาวจะมีดอกบัวแดง(บัวสาย)สีชมพูสดบานสะพรั่งนับล้านๆ ดอก กระจายไปทั่วน่านน้ำ เกิดเป็น “ทะเลบัวแดง”อันโด่งดัง
สำหรับหนองหานทั้งคู่แม้จะอยู่คนละจังหวัด แต่เรื่องน่าแปลกก็คือ หนองหานทั้งสองต่างมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับตำนานรัก “ผาแดง - นางไอ่” ทั้งคู่
นางไอ่กับท้าวผาแดงหากรักกันตามปกติก็คงไม่มีหนองหานเกิดขึ้น แต่นี่คงเป็นเพราะผลกรรม เกิดนึกอยากกินกระรอกเผือกซึ่ง “ท้าวภังคี” โอรสของพญานาคใต้เมืองบาดาลผู้หลงรักนางไอ่ปลอมตัวมาเพื่อหวังชิดใกล้ แต่สุดท้ายถูกจับมาทำอาหารกิน ทำให้ท้าวภังคีก่อนตายก็ได้สาปแช่งเอาไว้ว่าผู้ใดที่กินเนื้อกระรอกของตนจะต้องล่มจมลงใต้บาดาลพร้อมกับบ้านเมือง นั่นจึงทำให้หลังจากชาวเมืองกินเนื้อกระรอกเผือกแล้ว ได้เกิดพายุใหญ่ แผ่นดินไหว น้ำท่วม ถล่มเมืองทั้งเมืองล่มจมลงไปในท้องบาดาลที่เชื่อกันว่าคือหนองหานในทุกวันนี้
ขณะที่พญานาค(ผู้พ่อของท้าวภังคี)ก็ได้ออกไล่ล่าท้าวผาแดงกับนางไอ่ ซึ่งพญานาคราชได้ออกไล่ล่าตามล้างแค้นทั้งคู่มาทุกชาติไป แต่สุดท้ายพญานาคราชก็ไม่สามารถเอาชนะในพลังแห่งรักของทั้งคู่ได้
4. ผาชู้ : ตำนานรักสามเส้า
ผาชู้ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีน่าน อ.นาน้อย จ.น่าน
คำว่า “ชู้” ไม่ได้หมายถึงชู้สาว แต่หมายถึงคนรัก
สำหรับตำนานรักที่นี่แม้จะมีหลายเวอร์ชัน แต่ที่โดดเด่นและได้รับการยอมรับมากที่สุดเห็นจะเป็น ตำนานรัก 3 เส้า ระหว่าง “เจ้าจ๋วง” หนุ่มรูปงามเจ้าแขวงเมืองศรีษะเกษ กับ 2 สาวคือ “เจ้าจันทน์ผา”(เจ้าจันทร์) และ “เอื้อง”(เจ้าเอื้อง)
ปัญหาความรักอีนุงตุงนังระหว่าง 2 หญิง 1 ชายนี้ จบลงด้วยความเศร้าเมื่อทั้ง 3 ไปกระโดดหน้าผาตาย พร้อมคำอธิษฐานของเจ้าจ๋วงที่เชื่อมั่นในรักบริสุทธิ์ว่าให้เกิดมาเป็นต้นไม้
เจ้าจ๋วงเมื่อตายไปจึงกลายเป็น “ต้นจ๋วง” หรือ “สนเขา” ส่วนเจ้าจันทน์ผาตายไปกลายเป็น “ต้นจันทน์ผา” ขณะที่สาวเอื้องตายไปกลายเป็น “ต้นเอื้อง” หรือ กล้วยไม้
และนี่ก็เป็นตำนานรักอันโดดเด่นของผาชู้ ที่เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวอันโดดเด่นของอุทยานฯศรีน่าน ที่นี่เป็นที่ตั้งของเสาธงชาติอันขึ้นชื่อเพราะมีสายชักธงชาติยาวที่สุดในประเทศไทยถึง 200 เมตร(ไป-กลับ)เลยทีเดียว
5.
ภูพระบาท : ตำนานรัก“นางอุษา-ท้าวบารส”
เริ่มกันที่ “ภูพระบาท” ที่ตั้งอยู่ในอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ที่มีสภาพภูมิประเทศที่เกิดจากการกระทำของธรรมชาติ ผ่านกาลเวลามานับแสนนับล้านปี เกิดเป็นกลุ่มก้อนหิน แท่งหิน รูปทรงประหลาด บนลานหินอันกว้างใหญ่ ซึ่งคนสมัยก่อนได้นำมาผูกแต่งเป็นเรื่องราว “ตำนานรักนางอุษา-ท้าวบารส” ที่ท้าวบารสกับนางอุสาแม้จะรักกันอย่างสุดซึ้ง
แต่ด้วยอุปสรรคต่างๆ ทำให้นางอุสาผู้ผิดหวังในความรัก ทั้งจากการที่ท้าวบารสสังหารพระยากงพานบิดาของตน และการที่ท้าวบารสมีมเหสีอยู่ก่อนหน้านั้นถึง 10 นาง สุดท้ายแล้วนางอุสาตรอมใจกลับไปสิ้นชีวิตบนหอ(หิน)สูงที่ตัวเองอาศัยอยู่ ทำให้ท้าวบารสเมื่อรู้ข่าวก็ตรอมใจตายตามไปด้วย
จากโศกนาฏกรรมรักนี้ ทำให้สถานที่และก้อนหินแปลกๆบริเวณภูพระบาท มีชื่อเรียกขานเกี่ยวกับตำนานรักนางอุสา อาทิ หอนางอุษา คอกม้าท้าวบารส หีบศพนางอุษา หีบศพท้าวบารส บ่อน้ำนางอุษา เป็นต้น
สถานที่ต่างเหล่าๆนี้ถือเป็นแม่เหล็กดึงดูดทางการท่องเที่ยว โดยเฉพาะกับหอนางอุสาที่เป็นไฮไลต์ของภูพระบาท ซึ่งด้วยความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ผสมกับความเป็นดินแดนสำคัญทางประวัติศาสตร์ และตำนานรักอันสุดคลาสสิก ทำให้ภูพระบาทได้รับการเสนอชื่อให้เป็นมรดกโลก ที่ต้องรอลุ้นกันต่อไปว่าภูพระบาทจะได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกในปีไหน
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น